ผลิตภัณฑ์โอท็อปชุมชนบ้านหน้าทับ บางสน สู่..ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี..

   นายุทธนา  นฤสาร  อายุ 50  ปี  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ส่งเสริมกลุ่มแม่บ้านชุมชนบ้านหน้าทับให้รวมตัวกันแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีอยู่ในอ่าวบางสน  จนกลายเป็นสินค้าโอท็อป สู่ ชุมชนท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่นิยมยู่ในขณะนี้ 
ชุมชนบ้านหน้าทับ หมู่ที่ 1 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เป็นชุมชนชายฝั่งทะเลบริเวณปากอ่าวบางสน มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายมีเอกลักษณ์เฉพาะชุมชนบ้านหน้าทับ
นางจารุณี  สมบัติพิบูลย์  อายุ 55  ปี  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบางสน กล่าวว่า แรกเริ่มของการทำผลิตภัณฑ์ชุมชนนั้น ตนเองอาศัยอยู่บริเวณบ้านหน้าทับมาร่วม 30 ปี สมัยก่อนก็รับซื้อปลาและขายไป ทำไปทำมาก็รู้สึกว่ามันเรียบง่ายเกินไปและบางครั้งปลาที่ซื้อไว้ก็ขายไม่หมด จึงคิดว่าต้องมีการแปรรูป เช่น ตากแห้ง ทำให้สามารถเก็บไว้ขายได้อีกนาน นอกจากนี้ยังมีปลาหมึก เครื่องแกง น้ำผึ้งแท้  และปลาอื่น ๆ อีกหลายชนิด ปรากฏว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งในพื้นที่และชุมชนอื่นๆ พอจะซื้ออาหารทะเลตากแห้งหรือแปรรูปก็ต้องมาที่นี่ ทำให้ตนเองคิดว่าต้องมีหลาย ๆ อย่างไว้บริการลูกค้า เพื่อที่ลูกค้ามาแล้วสามารถตัดสินใจเลือกได้ว่าจะซื้ออะไรติดไม้ติดมือไป จึงมีการรวมกลุ่มชุมชนที่มีความสามารถว่าใครทำอะไรก็เอามาวางขายที่นี่ให้ลูกค้าได้เลือก ทำให้มีสินค้าอาหารทะเลแปรรูปหลายชนิด เช่น ปลาตากแห้ง หมึกแห้ง กะปิ ปลาหวาน ปลากรอบ ฯลฯ และผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ กะปิหน้าทับ เพราะทำจากกุ้งเคยแท้ ไม่ได้ผสมอะไรทั้งสิ้น ทำให้มีกลิ่นหอมอร่อยเมื่อนำไปปรุงอาหาร
         ปัจจุบันองค์กรรัฐได้ส่งเสริม กระบวนงานการขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี  ทำให้ชุมชนบ้านหน้าทับ หมู่ที่ 1 ต.บางสน ได้รับการพัฒนาศักยภาพชุมชนทั้งตัวบุคคล และผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดการพัฒนาที่สามารถดึงดูดความนิยมจากนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก และเมื่อใครได้มายังบ้านหน้าทับ ยังได้สัมผัสรอยยิ้มและการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากกลุ่มแม่บ้านชาวประมงอีกด้วย   ทำให้ช่วยกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน สามารถเลี้ยงตัวเองได้แบบยั่งยืน
         นายยุทธนา นฤสาร ได้กล่าวต่อว่า เมื่อปี 32 ชุมชนบ้านหน้าทับได้ประสบวาตภัยพายุเกย์ ซึ่งทำลายล้างทรัพยากรจนหมดสิ้น ทุกคนสิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้ชาวบ้านได้รวมตัวกันฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาเริ่มตั้งแต่ป่าชายเลน สัตว์น้ำ และส่งเสริมอาชีพที่ให้อยู่รอดได้ในช่วงนั้น และฟื้นฟูกันเรื่อยมาจนมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้วในปัจจุบันนี้









       

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อำเภอปะทิวจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ "สนุก สุข สาด หลาดปะทิว"

จับตาสัญญาณอันตรายใต้แปซิฟิก และไทยเราอาจจะต้องเตรียมรับมือกับ "ซูเปอร์เอลนีโญ"

งานยิ่งใหญ่วันสงกรานต์ชุมพร "Chumphon Songkran Festival 2026"