เศียรพระบ้านฝรั่งตั้งไม่ถูกที่ ถูกทาง สะเทือนใจชาวพุทธ



เมื่อวันที่ 25/08/2560ได้รับแจ้งจาก นางชิดสุภางค์ ชำนาญเลขาธิการสมาคมเพื่อนสิ่งแวดล้อมนำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบแหลมทองหลางบ้านหินกบ หมู่ที่ 6 ตำบลชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพรเพื่อไปสืบดูเรื่องราวที่มีชาวบ้านซึ่งนับถือศาสนาพุทธมาพูดให้ฟังถึงความไม่เหมาะสมของการนำเศียรพระพุทธรูปไปวางไว้เหมือนลบหลู่ดูหมิ่นทำร้ายจิตใจชาวบ้านที่นับถือศาสนาพุทธเป็นอย่างมากที่ไม่เหมาะสมของบ้านหลังหนึ่งริมชายหาดในพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านหินกบ – แหลมทองหลาง ต.ชุมโค  อ.ปะทิว    จ.ชุมพร พร้อมผู้สื่อข่าวลงพื่นทีแหลมทองหลาง ได้ไปตรวจสอบว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พบว่า บริเวณบ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะสร้างเป็นออฟฟิศปูนชั้นเดียวมีกระจกกั้นด้านหน้าทราบว่าเจ้าของเป็นทั้งคนไทยและฝรั่งประเทศออสเตรเรีย ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้แต่มีคนงานเฝ้าและดูแลความสะอาดอยู่โดยได้สร้างไว้เป็นเวลาร่วม 2 ปี บริเวณรอบ ๆ บ้านพบว่าสร้างเป็นสวนเกษตรผสมผสานกั้นรั้วลวดหนามริมทางเดินสาธารณะด้านทิศตะวันตก และปลูกข้าวโพดไว้ริมรั้วเป็นแถวยาว ส่วนในรั้วบ้านมีสระบัวขนาดเล็ก รอบ ๆ สระปลูกเป็นพืชผักสวนครัวเช่น ตะไคร้และผักอื่น ๆและบริเวณด้างข้างมีจุดชมวิวทีสวยงามมองเห็นทะเลมองเห็นเกาะไข่ได้อย่างสวยงามอีกทั่งยังเป็นท่าเรือท่องเที่ยวที่กำลังก่องสร้าง  ส่วนบริเวณจุดวางเศียรพระมีตอต้นตะเคียนขนาดใหญ่สูงประมาณ 10 เมตร มีศาลบูชาคล้าย ๆ ศาลเพียงตาทำด้วยไม้หลังขนาดเล็กมีเสา 1 ต้น ตั้งอยู่เคียงคู่กับต้นตะเคียน และมีชุดสตรีไทยสีชมพูแขวนอยู่ที่ศาล และมีเศียรพระลักษณะมีมือ (พระหัตถ์) ข้างขวาวางที่แก้มด้านขวาดูคล้ายเหมือนกับพระนอนปางไสยาสน์วางอยู่ที่ขอนไม้โคนต้นตะเคียน และมีแผ่นปูนแกะสลักเป็นรูปลวดลายคล้ายๆ ลวดลายฝาผนังอีก 2 แผ่นตั้งอยู่โคนต้นตะเคียน
        จากการสอบถามคนงานเฝ้าสถานที่ ทฺราบว่า เดิมเศียรพระไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณนี้ แต่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดินบริเวณสวนหญ้าของบ้าน ซึ่งที่มาของเศียรพระนั้นเนื่องจากเจ้าของบ้านได้ไปเหมาบ้านเก่าของบ้านหลังหนึ่งมาแถวๆ บ่อเมาชุมโคเช่นเดียวกัน ซึ่งมีเศียรพระนี้ติดมาด้วย และนำมาไว้ที่นี่นานพอสมควร ส่วนไม้ตะเคียนนั้นคนงานมีความเชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่จึงนำมาบูชา และเคยถูกหวยจึงได้นำชุดไทยมาถวาย และทางคนงานเฝ้าสวนเห็นว่าเศียรพระนั้นวางอยู่บนดินและเมื่อผ่านบริเวณที่เศียรพระตั้งอยู่นั้นทำให้มีอาการเดินก้าวขาไม่ออกจึงบอกเพื่อนคนงานว่าอย่าวางเศียรพระไว้ตรงนี้ให้ยกไปวางที่อื่น จึงได้ช่วยกันยกเศียรพระและนำมาวางที่ต้นตะเคียนดังกล่าวพร้อมกับนำขอนไม้มาวางรองเศียรพระนี้เพื่อไม่ให้วางกับพื้นหญ้า  จากเหตุการณ์นี้ในฐานะที่คนไทยนับถือศาสนาพุทธเมื่อเห็นจะรู้สึกว่าเป็นการไม่ให้ความเคารพนับถือในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงแม้ว่าจะเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ที่นำมาวางหรือนำเศียรพระมาไว้ในที่ที่แห่งนี้ด้วยอาจจะเป็นเพราะชอบในความงามของศิลปะไทย แต่ในความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าจะมองว่า ไม่สมควรและน่าจะมีคุณค่ามากกว่านั้น องค์พระพุทธรูปแม้มีแต่เศียรก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ ที่คนไทยก็ยังคงให้ความเคารพเชื่อถือศรัทธายิ่งสมกับที่ศาสนาพุทธอยู่คู่กับคนไทยมาร่วม 2560 ปีมาแล้ว หากเป็นไปได้ควรสร้างพื้นที่จัดวางเศียรพระดังกล่าวให้อยู่ในที่ที่เหมาะสมเพื่อการสักการะบูชา และอาจทำให้เกิดสิริมงคลกับบ้านและคนที่พักอาศัยแห่งนี้ก็อาจจะเป็นได้

     

        




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อำเภอปะทิวจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ "สนุก สุข สาด หลาดปะทิว"

จับตาสัญญาณอันตรายใต้แปซิฟิก และไทยเราอาจจะต้องเตรียมรับมือกับ "ซูเปอร์เอลนีโญ"

งานยิ่งใหญ่วันสงกรานต์ชุมพร "Chumphon Songkran Festival 2026"